บันทึกการเรียนรู้ ➽ ครั้งที่ 3

วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ.2561
เวลา 13.30 - 17.30 น.

ความรู้ที่ได้รับ

    ในการเรียนการสอนสำหรับวันนี้อาจารย์ได้พูดคุยถึงเรื่องการไปศึกษาภัณฑ์สามารถไปวันไหนได้บ้างที่พร้อมกัน และเรื่องการเตรียมอุปกรณ์ทำสื่อ มีกรรไกร ไม้บรรทัด มีดคัตเตอร์ ดินสอ 




👶🎉สื่อการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ



🐦คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่เรียน
•Teaching Materials  วัสดุการสอน
•Instruction media  สื่อการสอน
•Playing imitation  การเล่นเลียนแบบ
•Exploration  การสำรวจ
•Testing  การทดสอบ
•Construction  การสร้าง
•Role play  บทบาทสมมติ
•Simulation  การจำลองสถานการณ์

• game  เกม


บทที่ 3

สื่อ การเล่นเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย
   “สื่อ” หมายถึง สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบๆ ตัวเด็ก คือ สิ่งที่มีชีวิต สิ่งที่ไม่มีชีวิต สิ่งที่ประดิษฐ์ขึ้น ได้แก่ คน สัตว์ พืชผัก ผลไม้ สิ่งของเครื่องใช้ เครื่องเล่น วิทยุ โทรทัศน์ ภาพยนตร์ เทป ยานพาหนะ ฯลฯ สิ่งที่เหล่านี้เมื่อเด็กได้พบเห็น หรือจับต้องก็จะทำให้เกิดการเรียนรู้ ทั้งมีส่วนช่วยให้เด็กพัฒนาทางกาย อารมณ์– จิตใจ สังคม และสติปัญญา
(คุณหญิงเบญจา แสงมลิ)
🐼ลักษณะของสื่อ
ชัยยงค์ พรหมวงศ์ ได้แบ่งสื่อ ออกเป็น 3 ประเภท
1. สื่อการสอนประเภทวัสดุ สามารถจำแนกเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ 2 กลุ่ม
1.1 วัสดุการสอนที่ครูจัดทำหรือจัดหามา
1.2 วัสดุการสอนที่มีผู้จัดทำจำหน่าย
   1.2.1 สิ่งพิมพ์
   1.2.2 ภาพชุด
   1.2.3 เทปโทรทัศน์
   1.2.4 เทปเสียง
2.สื่อการสอนประเภทอุปกรณ์
  2.1 เครื่องเสียง
  2.2 อุปกรณ์ประกอบเครื่องฉาย
  2.3 อุปกรณ์ที่ไม่เกี่ยวกับการใช้เสียงหรือให้ภาพ
3. สื่อการสอนประเภทวิธีการ
3.1 การสาธิต   
3.2 การทดลอง   
3.3 เกม  
3.4 การแสดงบทบาทสมมติ
3.5 การจำลองสถานการณ์   
3.6 การฝึกปฏิบัติจริงหลังการสนทนาเนื้อหา
3.7 ทัศนศึกษา  
3.8 กิจกรรมอิสระ 
3.9 กิจกรรมที่จัดขึ้นตามโครงการ
🐼ความสำคัญของสื่อการสอนระดับปฐมวัย
1) สื่อเป็นหัวใจของการจัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมให้เด็ก ได้รับประสบการณ์ตรง
2) สื่อช่วยให้เด็กได้เรียนรู้จากสิ่งที่เป็นรูปธรรม และเกิดมโนทัศน์ตรงกับข้อเท็จจริง
3) ช่วยสร้างความสนใจของเด็กและเป็นสิ่งเร้าให้เด็กสนใจที่จะทำกิจกรรมและเกิดการเรียนรู้ได้ดี
4) ช่วยให้เด็กจดจำสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายและไม่ลืม
5) ช่วยอธิบายสิ่งที่ยากให้เข้าใจง่าย ช่วยให้คุณภาพการเรียนรู้ดีขึ้น
6) ช่วยให้เรียนรู้ได้เร็ว ใช้เวลาอธิบายน้อย เรียนรู้ได้ปริมาณมาก
7) สื่อช่วยสร้างเจตคติที่ดีให้เกิดกับเด็ก
8) สื่อเป็นสิ่งเร้าที่เด็กสามารถใช้ประสาทสัมผัส
9) ช่วยส่งเสริมการคิดและการแก้ปัญหา
10) สื่อช่วยให้เด็กเกิดจินตนาการ
11) สื่อช่วยตอบสนองความสนใจ อยากรู้อยากเห็นตามธรรมชาติ
12) เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ครูได้พัฒนาเด็กได้อย่างเต็มศักยภาพ
13) ช่วยให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กดีขึ้น
14) ช่วยพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ในด้านต่าง ๆ
15) เป็นศูนย์รวมความสนใจเด็ก และทำให้บทเรียนน่าสนใจ
🐼ลักษณะของสื่อการสอนระดับปฐมวัย
1.มีลักษณะที่สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็ก
2.มีขนาดเหมาะสมกับเด็กและขนาดของมือเด็ก
3.มีคุณค่าต่อพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของเด็ก
4.ใช้ประสาทสัมผัสได้มากและหลายส่วน
5.มีสีสันสวยงาม สดใสไม่สะท้อนแสง
6. มีความทนทาน น้ำหนักเบา ไม่แตกหักง่าย ไม่แหลมคม
7. มีรายละเอียดน้อย ง่าย (เหมาะสมกับวัย)
8. มีลักษณะเป็นมิติ ซึ่งเด็กจะสนใจและเข้าใจได้ดีกว่า
9. เป็นสื่อที่สอดคล้องกับเรื่องที่เด็กสนใจ และต้องการเรียนรู้
10.สามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบหรือปรับเปลี่ยนรูปแบบได้
🐼การจัดระบบสื่อเพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็ก
1. การเลือกสื่อ
  1.1 มีความปลอดภัย สื่อที่จะสร้างขึ้นหรือเลือกให้เด็ก ครูควรคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก
1.1.1 ต้องทำด้วยวัสดุที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อเด็ก
1.1.2 พื้นผิวของวัตถุเรียบ      
1.1.3 ขนาดและน้ำหนักเหมาะสม

  1.2 คำนึงถึงประโยชน์ที่เด็กได้รับ
1.2.1 เร้าให้เด็กอยากรู้อยากเห็น     
1.2.2 กระตุ้นพัฒนาการ
1.2.3 ประโยชน์ที่มีต่อกล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหว

  1.3 ความประหยัด
1.3.1 เงิน ค่าใช้จ่ายในการผลิตไม่สูงเกินไป
1.3.2 ประหยัดในแง่ของวัสดุ
     
  1.4 ด้านประสิทธิภาพ
1.4.1 ใช้ได้หลายอย่าง หลายโอกาส
1.4.2 ให้เด็กได้ประสบการณ์ตรง

2. วิธีการเลือกสื่อ
2.1 เลือกให้ตรงกับจุดมุ่งหมาย
2.2 เลือกให้เหมาะสมกับวัยและความสามารถ
2.3 เลือกใช้ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของท้องถิ่น
2.4 มีวิธีการใช้ง่าย ๆ และนำไปใช้ได้หลาย ๆ วิธี
2.5 มีความถูกต้องตามเนื้อหาและมีความทันสมัย
2.6 มีคุณภาพดี
2.7 เลือกสื่อที่เด็กเข้าใจง่ายในเวลาสั้น ๆ ไม่ซับซ้อน
2.8 สื่อที่เลือกเป็นสื่อที่สามารถสัมผัสได้
2.9 เลือกสื่อเพื่อใช้ฝึกและส่งเสริมการคิด
2.10 เลือกสื่อให้เหมาะสมกับเวลาที่ใช้
🐼หลักการผลิตสื่อการเรียนการสอน
1. สำรวจความต้องการในการใช้สื่อ
2. วางแผนในการผลิต
3. ดำเนินการผลิตตามรูปแบบที่ได้วางแผนไว้
4. ทดสอบคุณสมบัติของสื่อที่ผลิตขึ้น
5. นำสื่อที่ปรับปรุงแก้ไขแล้วไปใช้จริง
ขั้นตอนการใช้สื่อ
1) เตรียมตัวครู
2) เตรียมตัวเด็ก
3) เตรียมสื่อ
🐼การนำเสนอสื่อ
1. สร้างความพร้อมและเร้าความสนใจ
2. ใช้สื่อตามลำดับขั้นของแผนการจัดกิจกรรม
3. ควรอยู่ด้านข้างหรือด้านหลังของสื่อที่ใช้ ไม่ควรยืนหันหลังให้เด็ก
4. ไม่ควรให้เด็กเห็นสื่อหลาย ๆ ชนิดพร้อมกัน
5. เปิดโอกาสให้เด็กได้ร่วมกิจกรรมในการใช้สื่อนั้น
6. ควรสังเกต หรือให้ความสนใจคำถาม คำพูดของเด็ก
🐼การประเมินการใช้สื่อ
1.สื่อนั้นช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้เพียงใด
2.เด็กชอบสื่อชนิดนั้นเพียงใด
3.สื่อช่วยให้การสอนนั้นสอนได้ตรงกับจุดมุ่งหมาย
4.สื่อนั้นช่วยให้เด็กสนใจมากน้อยเพียงใด และสนใจเพราะเหตุใด
🐼การเก็บรักษาและซ่อมแซมสื่อ
1.ควรตรวจสอบสื่อหลังจากที่ใช้แล้วทุกครั้ง ว่ามีสภาพสมบูรณ์
2.ควรฝึกให้เด็กช่วยกันเก็บรักษาสื่อของครู
3.เก็บสื่อให้เป็นระเบียบและเป็นหมวดหมู่
4.ฝึกให้เด็กหยิบสื่อออกมาใช้ได้เอง และเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย
5.ควรซ่อมแซมสื่อที่ชำรุด
🐼สื่อการสอนเดินได้
การเรียนการสอนนั้นบางครั้งแม้ไม่มีสื่ออยู่ในมือเลย การเรียนการสอนก็ประสบผลสำเร็จได้เพราะครูและสิ่งที่ครูมีอยู่ในตัว
      1) สายตา
      2) สีหน้า
      3) น้ำเสียง
🐼สื่อเพื่อการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
ของเล่น
   สิ่งของหรือวัสดุ – อุปกรณ์ ที่นำมาให้เด็กเล่น บางทีก็เรียกว่า เครื่องเล่น อาจรวมถึงอุปกรณ์ดนตรีอุปกรณ์ทางด้านพลานามัย และอื่น ๆ ซึ่งของเล่นหรือเครื่องเล่นนั้นเป็นสื่อที่ช่วยให้เด็กได้รู้จัก ได้ใช้ได้จัด ได้กระทำ หรือประดิษฐ์คิดสร้าง
🐧ของเล่น
1) ของเด็กเล่น
2) เครื่องกีฬา
3) เครื่องดนตรี 
🐼การจัดประเภทของเล่นตามทฤษฎีเชิงรู้คิด
1. ของเล่นประเภทที่เด็กเล่นเพื่อการรับรู้
2. เรียนรู้ด้วยวิธีใช้ความคิด หาวิธีลองทำเพื่อแก้ปัญหา
3. ของเล่นประเภทที่ช่วยให้เด็กได้ลงมือทำ
4. ของเล่นที่เด็กเลียนแบบและการแสดงบทบาท
5. การเล่นเพื่อพัฒนาภาษา
🐼การเลือกของเล่นเพื่อความปลอดภัย
   เนื่องจากการเล่นกับของเล่นนั้น เด็กจะต้องคลุกคลีและใช้อวัยวะสัมผัสกับของเล่นอยู่ตลอดเวลา ในการเลือกของเล่นสำหรับเด็ก จึงควรระมัดระวังและพิจารณาในแง่ของความปลอดภัยให้มาก ซึ่งอาจพิจารณาได้ในส่วนต่าง ๆ ดังนี้
         1.วัสดุที่ใช้ผลิต
         2.ส่วนประกอบ
         3.โครงสร้าง
🐼คุณสมบัติของของเล่นที่ดี
1.เป็นของเล่นที่ผู้เล่นมีโอกาสใช้ประสาทสัมผัสต่างๆ
2.เป็นของเล่นที่เหมาะสมกับอายุ พัฒนาการ
3.ของเล่นนั้นควรใช้ในกิจกรรมการเล่นหลาย ๆแบบ
4.เป็นของเล่นที่ช่วยฝึกการเคลื่อนไหวของส่วนต่างๆ
5.เป็นของเล่นที่กระตุ้นให้เด็กได้เล่นเป็นกลุ่ม
6.เป็นของเล่นที่มีความปลอดภัย ทำจากวัสดุปราศจากพิษ
7.เป็นของเล่นที่สามารถนำมาเล่นได้เอง
8.ควรเป็นของเล่นที่แพร่หลาย เด็กๆ นิยมกันทั่วไป
🐼วัตถุประสงค์ของการเล่นที่ใช้เครื่องเล่นของเด็ก
1.เพื่อเพลิดเพลิน
2.เพื่อพัฒนาการทางร่างกาย
3.เพื่อพัฒนาการด้านอารมณ์
🐼การเลือกเครื่องเล่นที่ปลอดภัย
1.ให้การศึกษาเกี่ยวกับเครื่องเล่นที่มีคุณสมบัติที่ดี
2.สิ่งบรรจุเครื่องเล่นควรมีคำอธิบาย คำแนะนำแสดงไว้
3.ผู้ซื้อเครื่องเล่นควรพิจารณาเลือกประเภทให้ถูกต้องตามความเจริญเติบโต
4.เครื่องเล่นควรเป็นชนิดที่ทำความสะอาดได้ง่าย
5.เครื่องเล่นที่ผู้ใหญ่ไม่แน่ใจว่าเด็กจะเล่นได้ปลอกภัยหรือไม่
6.เด็กต่างวัยกันไม่ควรเล่นเกมกีฬาประเภทเดียวกันร่วมกัน
🐼ประโยชน์ของการเล่น
    ซูซาน ไอแซค (Susan Isaacs) ได้ศึกษาวิจัยผลของการเล่นที่ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่งกับเด็กปฐมวัย ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้
  1.การเล่นทำให้เกิดการเรียนรู้
  2.การเล่นช่วยส่งเสริมความสามารถทางการคิดและสติปัญญา
  3.การเล่นช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางสังคม
  4.การเล่นช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางอารมณ์
  5.การเล่นช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกาย
🐼ทฤษฎีและพัฒนาการการเล่นของเด็กปฐมวัย
   การเล่นเป็นโอกาสที่เด็กจะได้ศึกษาสิ่งแวดล้อมรอบตัว มีความเข้าใจสิ่งแวดล้อมและสังคม ช่วยให้เด็กเกิดการปรับตัวให้เข้ากับสังคมและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและเป็นโอกาสของการฝึกฝนในเรื่องของความรับผิดชอบ ทั้งนี้ รูดอล์ฟ  ได้สรุปไว้เป็นองค์ประกอบของการเล่นได้ 3 ประการ ดังนี้
       1. การเล่นนำไปสู่การค้นพบเหตุผลและความคิด
       2. การเล่นเป็นการเชื่อมโยงระหว่างเด็กกับสังคม
       3. การเล่นเป็นการนำเด็กไปสู่ภาวะความสมดุลทางอารมณ์
🐼ความสำคัญของการเล่น
    เพียเจท์ (เยาวพา เดชะคุปต์. 2528:12 อ้างอิงมาจาก Piaget.N.d.) ได้กล่าวเอาไว้ว่า การเล่นมีความสำคัญต่อพัฒนาการทางสติปัญญาของเด็ก จากการเล่น เด็กจะสามารถแยกแยะสิ่งต่างๆจากสิ่งเร้าได้ และขณะที่เด็กตอบสนองสิ่งเร้าเด็กจะรับรู้สิ่งต่าง ๆเข้ามาในสมอง
     1) บทบาทของการเล่น คือ การระบายอารมณ์
     2) การเล่นช่วยให้เข้าใจสิ่งที่เป็นนามธรรม
     3) การเล่นเป็นการเรียนรู้ทางสังคม

🐼การเล่นกับพัฒนาการด้านต่างๆ
•ด้านร่างกาย
•ด้านอารมณ์–จิตใจ
•ด้านสังคม
•ด้านสติปัญญา


🐼พัฒนาการและการเล่นของเด็ก

1.อายุ 02 ปี

  เป็นการเล่นแบบทารก เด็กจะใช้ตัวเองและอวัยวะไปสัมผัสกับสิ่งต่าง ๆ โดยอาศัยสมรรถภาพทางกายกระทำกิจกรรมที่เคลื่อนไหว ใช้ประสาทสัมผัส เพื่อรับรู้และมีการกระทำที่ซ้ำ ๆ
2. อายุ 23 ปี
  เป็นขั้นการเล่นที่ใช้สัญลักษณ์ วัยนี้เด็กจะมีพัฒนาการทางสติปัญญาเพิ่มขึ้น มีความกระตือรือร้น อยากรู้อยากเห็น ร่างกายก็มีความสามารถเพิ่มขึ้น
3. อายุ 36 ปี
   เป็นขั้นการเล่นที่สื่อความคิด เด็กจะเล่นด้วยการสมมติตนเอง สิ่งของ หรือวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ แทนของจริงที่ไม่มีอยู่ในที่นั้นได้ วัยนี้เด็กจะเริ่มเล่นเป็นกลุ่ม มีความคิดและจินตนาการในการเล่นที่แสดงออกถึงการเรียนรู้ทางสังคม
🐼พฤติกรรมการเล่นของเด็ก
1.การเล่นเลียนแบบ (Imitation)
2.การสำรวจ (Exploration)
3.การทดสอบ (Testing)
4.การสร้าง (Construction)

🔍สรุป สื่อ การเล่นเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย
   เครื่องเล่นของเด็กมีความสำคัญในการพัฒนาร่างกายและจิตใจของเด็กและเยาวชน ผู้ทำหน้าที่เป็นแพทย์หรือบุคลากรการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับเด็ก ควรศึกษาและให้ความสนใจในเรื่องเครื่องเล่นพอสมควรทั้งนี้เพื่อจะได้ให้คำแนะนำปรึกษาเกี่ยวกับการเลือกสรรและจัดหาเครื่องเล่นให้ถูกต้องเหมาะสมกับผู้เล่นตลอดจนหาทางช่วยส่งเสริมการผลิตเครื่องเล่นให้มากขึ้นภายในประเทศโดยทางอ้อมต่อไป
🔎วิเคราะห์สื่อการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย


           อาจารย์บาสให้นำสื่อมาสัปดาห์ถัดไปเพื่อนำมาวิเคราะห์และอาจารย์ก็ให้นำเสนอบทความเกี่ยวกับสื่อการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย




   บทความ วิธีเลือกของเล่นให้ลูกอย่างสมวัย

ของเล่นและการเล่นของเด็กตั้งแต่วัยทารกจนถึงวัยเตาะแตะเป็นสิ่งสำคัญเพราะนอกจากที่เจ้าหนูจะสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับการเล่น 

💦ของเล่นเด็กวัยแรกเกิด– 6 เดือน


1. กระตุ้นการมองเห็น    ได้แก่  ของเล่นที่มีสีสันสดใสเพื่อดึงดูดสายตา  เช่น  โมบายลวดลายกราฟฟิก   หรือรูปภาพที่มีสีตัดกันอย่างชัดเจน   เช่น  ดำ-ขาว / น้ำเงิน-เหลือง / แดง-เขียว เป็นต้น  หรือเลือกที่มีเสียงกรุ๊งกริ๊ง ๆ เวลาที่ลมพัดก็ได้
2. กระตุ้นการฟังเสียงได้แก่ ของเล่นที่มีเสียง เช่น กล่องดนตรี ของเล่นที่เขย่าหรือบีบให้เกิดเสียง
3. ของเล่นเสริมกล้ามเนื้อได้แก่ ของเล่นที่บีบหรือเขย่าแล้วเกิดเสียง ของเล่นที่มีมือสอดกำได้ ลูกบอลนุ่ม ตุ๊กตาผ้ารูปสัตว์ เพื่อส่งเสริมการใช้มือ-นิ้วมือสำหรับหยิบจับสิ่งต่าง ๆ
4. ของเล่นเสริมสติปัญญา ได้แก่ หนังสือลอยน้ำ หนังสือภาพ โดยมีคุณพ่อคุณแม่หรือผู้ใกล้ชิดคอยอ่านให้ฟัง และชวนดูสีสันต่าง ๆ ที่มีอยู่ในหนังสือ  กระจกเงาฝึกการรู้จักตนเองและสิ่งแวดล้อมรอบตัว                                                              
💦ของเล่นเด็กวัย 6 – 12 เดือน

1. กระตุ้นประสาทสัมผัส  ได้แก่ ของเล่นที่มีผิวสัมผัสแตกต่างกัน เช่น เรียบ หยาบ นุ่ม แข็ง เพื่อกระตุ้นทักษะ การสัมผัส ของเล่นที่ดูด หรือกัดได้ เช่น  ยางกัดรูปทรงต่าง ๆ  เพื่อกระตุ้นการรับรู้และช่วยลดอาการคันเหงือกของเด็ก
2. ของเล่นเสริมกล้ามเนื้อ ได้แก่ ของเล่นประเภทลากจูง    เพื่อฝึกการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อขา  เล่นลูกบอลนุ่ม  บล็อกไม้ใหญ่ ๆ  กล่องหยอดรูปทรงง่าย ๆ เพื่อฝึกการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อมือและนิ้วมือในการหยิบจับสิ่งของต่าง ๆ  ของเล่นที่เขย่าให้เกิดเสียง  เพื่อส่งเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมัดเล็ก เช่น มือ นิ้วมือ
3. ของเล่นเสริมสติปัญญา ได้แก่ หนังสือที่มีรูปภาพขนาดใหญ่สีสันสดใส ซึ่งพ่อแม่อ่านให้ฟังหรือให้ลูกเปิดหนังสือด้วยตัวเอง  แล้วออกเสียงตาม กระจกเงาเป็นการฝึกให้เด็กรู้จักตนเองและสิ่งแวดล้อมรอบตัว ของเล่นลอยน้ำ เช่น  ถ้วยกระป๋องเล็ก ๆ เมื่อลูกอาบน้ำให้ลูกรินน้ำและเทเล่น เพื่อปูพื้นทางคณิตศาสตร์เรื่องการกะปริมาณ เป็นต้น                                   
💦ของเล่นเด็กวัย 1 – 2 ขวบ

1. ของเล่นเสริมกล้ามเนื้อและการประสานสัมพันธ์   ได้แก่   ของเล่นประเภทดันหรือลากจูง (Push Toys & Pull Toys) ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อแขนขาในการทรงตัวและฝึกการบังคับทิศทางการเดิน  ของเล่นประเภททุบ ตอก หรือตี เช่น  ระนาดหรือกลองที่มีเสียงต่าง ๆ   ซึ่งนอกจากทำให้เด็กเรียนรู้ความแตกต่างของเสียงแล้วยังฝึกการใช้กล้ามเนื้อมือ   นิ้วมือ  และการประสานสัมพันธ์ระหว่างสายตาและมือ
2. ของเล่นเสริมความคิดและสติปัญญา ได้แก่ กล่องหยอดรูปทรงเรขาคณิต    เพื่อฝึกการสังเกตและเรียนรู้สี    รูปทรงเลขาคณิตต่าง ๆ  หนังสือภาพ    เป็นการปลูกฝังนิสัยรักการอ่านและช่วยให้เด็กเรียนรู้ภาษา  การปั้นดินน้ำมัน แป้งโด ซึ่งช่วยฝึกสมาธิและความคิดสร้างสรรค์ ในการปั้นให้เป็นรูปต่าง ๆ ตามจินตนาการของตัวเอง                                 
💦ของเล่นเด็กวัย  2 – 3 ขวบ 

 1. ของเล่นเสริมกล้ามเนื้อและการประสานสัมพันธ์   ได้แก่  ม้าโยก จักรยานสามล้อซึ่งนอกจากความสนุกสนานแล้วยังช่วยให้เด็กฝึกใช้กล้ามเนื้อแขนขาในการทรงตัว สร้างความสมดุลของร่างกายฝึกร้อยลูกปัดขนาดใหญ่เพื่อฝึกการใช้กล้ามเนื้อมือและนิ้วมือรวมทั้งช่วยพัฒนาการทำงานของสายตาและมือให้สัมพันธ์กัน

2. ของเล่นเสริมความคิดและสติปัญญา  ได้แก่ แป้นเรขาสวมหลัก   เป็นการฝึกทักษะการแก้ไขปัญหา ลองผิดลองถูกเพื่อวางให้ถูกรูปทรง รถไฟเรียงซ้อน ฝึกทักษะการสังเกต การลองผิดลองถูกและเรียนรู้เรื่อง ขนาด สีสันและรูปทรงต่าง ๆ
3. ของเล่นเสริมบทบาทสมมติ  ได้แก่ ชุดของเล่นเรียนแบบของจริง เช่น   ชุดรวมมิตรผักผลไม้ สอนเด็กให้เรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับผักผลไม้ โดยเล่านิทานผูกเรื่องราวให้เด็กสมมติตัวเองเป็นตัวละครในเรื่องราวนั้น ซึ่งทำให้เด็กได้แสดงความเป็นตัวเองออกมา และช่วยให้เด็กรู้จักเข้าใจสิ่งแวดล้อมรอบตัวมากขึ้น                                                    
💦ของเล่นเด็กวัย  4 – 6 ขวบ

1. ของเล่นเสริมกล้ามเนื้อและการประสานสัมพันธ์  ได้แก่  รถจักรยานสองล้อ เชือกกระโดด ซึ่งช่วยฝึกการทรงตัวและสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อขา  ฝึกร้อยเชือกรองเท้า ช่วยพัฒนาการทำงานประสานสัมพันธ์ระหว่างตากับมือและเพิ่มทักษะการใช้กล้ามเนื้อมือเพื่อประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวัน เช่น  การติดกระดุมเสื้อ เป็นต้น
2. ของเล่นเสริมความคิดและสติปัญญา ได้แก่  ชุดแท่งไม้สร้างเมือง ช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของเด็กในการออกแบบโครงสร้าง เพื่อวางแท่งไม้ให้เป็นรูปแบบเมืองต่าง ๆ  ส่งเสริมความเข้าใจทางคณิตศาสตร์เรื่องของสมดุล  ซึ่งทำให้เด็กเรียนรู้การวางไม้แต่ละชิ้น ให้สมดุล  ชุดเครื่องมือช่างสร้างสรรค์พัฒนาความคิด  และฝึกทักษะการสังเกตในการประกอบชุดไม้เป็นรูปแบบต่าง ๆ  รวมทั้งทำให้เด็กเรียนรู้อุปกรณ์ต่าง ๆ ในงานช่างไม้ เช่น  การขันน็อต ไขควง เป็นต้น
3. ของเล่นเสริมบทบาทสมมติ ได้แก่ ชุดสร้างเมือง ซึ่งเป็นการเล่นที่สะท้อนความคิด  ความเข้าใจของเด็กในสิ่งที่กำลังเรียนรู้   รวมทั้งช่วยให้เด็กเรียนรู้บทบาทหน้าที่ของตนเองและผู้อื่นในชีวิตประจำวันและสร้างพื้นฐานการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วย
😁ฝากข้อคิด   แม้ของเล่นกับเด็กจะเป็นของคู่กันเพื่อสร้างความสนุกสนานและพัฒนาทักษะการเรียนรู้และพัฒนาการในด้านต่าง ๆแต่คุณพ่อคุณแม่ทราบไหมคะว่า  ของเล่นที่ดีที่สุดของลูก คืออะไร  คำตอบคือ  คุณพ่อคุณแม่นั่นเอง !!!
สิ่งสำคัญการเล่นของลูกนั้นหากคุณพ่อคุณแม่ร่วมเล่นกับลูกด้วย  การได้พูดคุย  ซักถาม  โอบกอด  ยิ้มให้กัน  จะสร้างความสุขให้แก่ลูกได้อย่างมาก   อีกทั้งคุณพ่อคุณแม่เองก็จะได้เห็นพัฒนาการของเจ้าตัวน้อย  สอนและชี้ชวนให้ลูกคิดและทำ  ฝึกฝนความมั่นใจ  แต่อย่าลืมนะคะหากลูกทำสำเร็จ  เช่น  สร้างบ้านด้วยตัวต่อ  ระบายสีรูปจนเสร็จ   คุณพ่อคุณแม่ต้องชมเชยลูกทันทีที่ลูกทำสำเร็จนะคะ  เพราะจะเป็นกำลังใจและสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ลูก ถือเป็นการปูพื้นฐานทักษะการคิดและความมั่นใจในตนเองให้ลูกต่อไป
แหล่งที่มา 🔎https://th.theasianparent.com/

บรรยากาศในห้องเรียน

ประเมินตนเอง 🙌 สำหรับวันนี้ทำให้เข้าใจเกี่ยวกับสื่อมากยิ่งขึ้น สามารถรู้วิธีการเลือกสื่อสำหรับเด็กปฐมวัยได้และเหมาะสม 
ประเมินเพื่อนร่วมห้อง 🙌 วันนี้มีการนำเสนอบทความเพื่อนๆเตรียมตัวได้ดีมากค้นหามาครบทุกคนและตั้งใจฟังอาจารย์สอน มีการช่วยกันตอบ
ประเมินอาจารย์ 🙌 อาจารย์ได้ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับสื่อได้ดีมากทำให้เข้าใจได้ง่ายๆ



ความคิดเห็น